หนัง The Kid Detective คดีฆาตกรรมกับนักสืบจิ๋ว

หนัง The Kid Detective คดีฆาตกรรมกับนักสืบจิ๋ว เป็นหนังแนวสืบสวนรูปแบบใหม่ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการสืบสวนและคอมเมดี้ ซึ่งผสมผสานกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งหลาย ๆ คนยกให้เป็น Favorite moive ประจำปี 2020 เลยก็ว่าได้ค่ะ วันนี้เราเลยถือโอกาสจะมารีวิวหนัง The Kid Detective คดีฆาตกรรมกับนักสืบจิ๋ว (2020) ให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกันว่าจะสนุกขนาดไหน หากเพื่อน ๆ พร้อมแล้วก็ตามมาดูกันได้เลย

เป็นเรื่องราวของหนุ่มกลางคนอายุ 31 ปีที่มีชื่อว่า ‘เอ็บ แอปเปิลบาม’ อาชีพคือนักสืบ เมื่อย้อนไปหลายปีก่อนเมื่อตอนเขาเป็นเด็ก เขานั้นเป็นนักสืบจิ๋วที่สืบคดีต่าง ๆ ได้เยอะมาก ถึงขณะเคยได้ร่วมจับมือกับนายกเทศมนตรี แต่เมื่อเขาโตมานั้นกลับกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวเพราะอาชีพนักสืบไม่สามารถเป็นอาชีพจริง ๆ ของเขาได้ ทำให้พ่อแม่ของเขาเป็นห่วงในตัวเอ็บมาก ๆ แต่ตัวเอ็บก็ไม่หมดหวังกับอาชีพนี้

แต่แล้ววันหนึ่งมีสาวคนหนึ่ง ‘แคโรไลน์’ ได้เข้ามาเพื่อขอให้เขาช่วยสืบคดีฆาตกรรมที่แฟนหนุ่มเธอได้ถูกฆาตกรรมโดยทั้งเอ็บและแคโรไลน์ก็ได้ไปสืบไขคดีด้วยกัน แต่ดูเหมือนจะคว้าน้ำเหลวอยู่ตลอด แต่แล้วก็มีของบางอย่างทำให้เขาคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้หายตัวไปจากเมืองเมื่อหลายสิบปีก่อน นั้นคือ ‘เกรซี่’

โดยผู้หญิงที่หายไปคนนั้นก็เป็นเพื่อนของเอ็บ และเป็นเรื่องที่ทำให้เอ็บนั้นติดใจในการหายตัวอยู่เสมอ เพราะเป็นคดีที่เขาไขไม่ได้ ติดอยู่เป็นปมในใจหลายสิบปี

อีกทั้งของบางอย่างนั้นก็ทำให้สามารถลิงก์คดีฆาตกรรมแฟนของแคโรไลน์ได้อีกด้วย โดยฆาตกรในคดีก็เป็นคนที่ไม่มีใครคาดคิด จากการไขคดีในครั้งนี้ถือว่าเป็นเคสที่ยิ่งใหญ่ ผู้คนให้ความสนใจกันเยอะ ทำให้เอ็บกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งนึงแต่สิ่งนี้ก็ทำให้เอ็บรู้สึกไม่ดีจนร้องไห้ออกมา

เรื่อง The Kid Detective เป็นหนังที่นับได้ว่าดีอีกหนึ่งเรื่องเลยละค่ะ เป็นหนังแนวลึกลับ คอมเมดี้และดราม่าผสมกันไปโดยพล็อตเรื่องไม่ได้ว้าวหรือหวือหวา พีคอะไรมากนักแต่มีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่ดูแล้วดีเกินคาด!

การเล่าเรื่องภายในเรื่องทำออกมาได้ดี ไม่ซับซ้อนเล่าแบบตรง ๆ Timeline เวลาทำออกมามีจังหวะดีทำให้เข้าใจเรื่องราวได้ดีมากขึ้น อีกทั้งที่เราชอบมากก็คือสีสันภายในเรื่อง พล็อตเรื่องจะเป็นแนวฆาตกรรมแต่โทนสีที่ใช้ในเรื่องก็ไม่ได้ทำให้เราหดหู่แต่อย่างใดแถมทำให้ความน่าดูเพิ่มขึ้นอีกด้วย บวกกับ Sound เพลงที่ช่วยเสริมเรื่องราวของโทนสีของภาพเข้าไปอีก

มาถึง ‘ตัวนักแสดง’ ภายในเรื่องจะมีสองคนที่มีความโดดเด่น นั้นคือ ‘เอ็บ แอปเปิลบาม’ (อดัม โบรดี) และ ‘แคโรไลน์’ (โซฟี เนลีสส์) มาพูดถึงตัวพระเอกอย่า เอ็บ กันก่อนค่ะ โดยเอ็บจะค่อนข้างมี Comfort Zone และยังมีความหนักแน่นในความเชื่อของตนเองอยู่พอสมควรแถมยังยึดติดกับอะไรเก่า ๆ จากที่เห็นได้ว่าเวลาใครถามเรื่องการไขคดีของเขา เขาก็จะอ้างว่าเขาเคยไขคดีได้ 200 คดีนะ เคยรับเหรียญจากนายกรัฐมนตรี และตัวเขาตอนเป็นเด็กจะมีความConfident สูงมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็คืออดีตที่ผ่านมานานแล้ว แต่เขาก็ยังยืนกรานในอาชีพนักสืบของเขา แม้ว่าครอบครัวหรือคนรอบข้างจะไม่เห็นด้วยก็ตาม และเอ็บมักจะหน้าตาย มีใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ซึ่งใบหน้ามีความตลกและหดหู่แสดงออกมา บ่อยครั้งที่หนังเรื่องนี้จะฉายไปยังใบหน้าของพระเอกทำให้มองเห็นแววตาที่ยากจะอธิบาย ส่วนตัวเราคิดว่าการเลือกนักแสดงอย่างอย่างหนุ่มอดัม โบรดีถือว่าเหมาะสมกับบทมาก ๆ เพราะเขามีแววตาที่น่าดึงดูด

และบทบาทที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ แคโรไลน์ ที่แสดงโดยสาวหน้าหวาน โซฟี เนลีสส์ โดยในบทบาทนี้จะเป็นสาววัยรุ่นมัธยมปลาย นิสัยของโซฟีจะเป็นคนซื่อ ๆ ไม่มีพิษภัยอะไร แต่ก็มีความหนักแน่น จากที่เห็นว่าเธอเต็มที่กับการสืบสวนมาก ๆ โดยจุดเด่นของเธอเลยคือความใสซื่อนี่แหละค่ะ เมื่ออยู่กับเอ็บก็กลายเป็นความลงตัวขึ้นมาทันที อีกทั้งเรายังชอบรอยยิ้มที่เธอมักจะแอบชื่นชมเอ็บอยู่นัย ๆ เสมอ มองแล้วดูน่ารักดี บทบาทแคโรไลน์ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เข้ามาแต่งเติมเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

ซึ่งฉากที่เราชอบที่สุดคงจะเป็นฉากสุดท้ายภายในเรื่องที่ตอนแรกในใจคิดว่าคงจะเห็นความ Happy รอยยิ้มจากเอ็บผู้ซึ่งกำลังจะหมดหวังในตัวเองอยู่แล้วแท้ ๆ แต่ดันไปไขคดีสำคัญจนชื่อเสียงกลับมาแต่กลับเห็นเป็นความหดหู่และเศร้าแทน ซึ่งหลังจากคิดแล้วเอ็บในตอนนั้นอาจจะรู้สึกเสียใจที่คนรอบข้างหรือพ่อแม่ของเขาเองนั้นเพิ่งจะมาเห็นคุณค่าและ Appreciate สิ่งนี้ ทำให้เขาร้องไห้ออกมา เป็นซีนที่เรียกว่าค่อนข้างผิดจากที่คิดไปอยู่เยอะเหมือนกันค่ะ